ทัวร์ฮาร์บิ้น

ทัวร์ฮาร์บิ้น

ทัวร์จีน
ทัวร์ ฮาร์บิน ฉางไป๋ซาน ผานจิ่น 6 วัน 5 คืน
รหัสทัวร์ : CZSHEHRB1

1 ปีมีเพียงครั้งเดียวหาดหญ้าแดงแห่งเมืองผานจิ่น ชมประติมากรรมการแกะสลักน้ำแข็งอันสวยงามที่เมืองฮาร์บิน เขาฉางไป๋ซาน
โดยสายการบิน : CHINA SOUTHERN AIRLINE
วันเดินทาง : 19-24 มิ.ย II 4-9 ก.ย II 18-23 ก.ย 2567
ราคาเริ่มต้น : 43,999.-

ทัวร์ฮาร์บิ้น เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยว

ประวัติการตั้งถิ่นฐานในบริเวณเมืองฮาร์บินสามารถย้อนหลังไปได้อย่างน้อยถึง 2,200 ปีก่อนคริสตกาล (ปลายยุคหิน) ในขณะนั้นบริเวณนี้มีชื่อเรียกว่า Pinkiang

ในปี พ.ศ. 2441 หมู่บ้านเล็กๆถูกพัฒนาและขยายเป็นเมืองสมัยใหม่ พร้อมกับการเริ่มต้นการสร้างทางรถไฟจีนสายตะวันออก (KWZhD) โดยรัสเซีย และการขยายเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย ซึ่งช่วยย่นระยะทางไปสู่วลาดีวอสตอคและเชื่อมโตเส้นทางไปสู่เมืองท่า Dairen (Dalnii) และฐานทัพเรือรัสเซีย Port Arthur

หลังจากที่รัสเซียพ่ายแพ้ในสงครามกับญี่ปุ่น (2447-2448) อิทธิพลและอำนาจของรัสเซียก็เสื่อมถอยลง ทำให้มีผู้คนหลายพันเชื้อชาติจาก 33 ประเทศ ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วย เดินทางเข้ามายังฮาร์บิน มี 16 ประเทศก่อตั้งสถานกงสุล และสร้างบริษัททางด้านอุตสาหกรรม การพาณิชย์ และการเงินหลายร้อยแห่งขึ้นในฮาร์บิน ทางจีนเองก็ได้ริเริ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านการผลิตเหล้า อาหาร และสิ่งทอ การเจริญเติบโตเช่นนี้ทำให้ฮาร์บินมีสถานะเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และเป็นเมืองธุรกิจระดับนานาชาติ

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2461 ระหว่างสงครามกลางเมืองรัสเซีย กองกำลัง White Guards ของรัสเซียซึ่งเป็นฝ่ายแพ้ ได้รวมตัวกับผู้ลี้ภัย หลบหนีมายังฮาร์บิน ทำให้ฮาร์บินเป็นศูนย์กลางของผู้ลี้ภัยรัสเซียฝ่ายขาว และกลายเป็นชุมชนชาวรัสเซียที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่นอกอาณาเขตรัสเซีย ต่อมาชาวรัสเซียเชื้อสายยิวได้ก่อตั้งชุมชนชาวยิวขึ้นในฮาร์บิน และรับเอาชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่หลบหนีจากนาซีเยอรมันมารวมตัวด้วยเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2478-2482 นอกจากนี้ ชาวรัสเซียในฮาร์บินยังได้วางระบบโรงเรียนตามแบบรัสเซียขึ้น และมีการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์และนิตยสารภาษารัสเซียวางจำหน่ายอยู่ทั่วไปในเมือง

ในปี พ.ศ. 2478 หลังจากที่ทางรถไฟสาย KWZhD ถูกขายให้แก่ญี่ปุ่น ฮาร์บินได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ แมนจูกัว ในอาณัติของญี่ปุ่น ต่อมาหลังปี พ.ศ. 2489 ฮาร์บินตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียต ซึ่งมีอำนาจเหนือภูมิภาคแถบนั้น ในช่วงปี พ.ศ. 2493-2497 กลุ่มชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งมีทั้งชาวรัสเซีย เยอรมัน โปแลนด์ กรีก และอื่น ๆ ได้อพยพออกจากเมืองไปยังออสเตรเลีย บราซิล และสหรัฐอเมริกา บางส่วนก็ถูกส่งตัวกลับประเทศเดิม ขณะที่ชาวรัสเซียอีกหลายพันคนที่หลบหนีจากกองกำลังคอมมิวนิสต์ก่อนเกิดสงครามได้ถูกสังหารโดยทหารโซเวียต และมีอีกจำนวนมากที่ถูกส่งตัวไปยังสหภาพโซเวียต จนถึงปี พ.ศ. 2531 ชุมชนชาวรัสเซียเดิมมีผู้อาศัยอยู่เพียง 30 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น